"จุรินทร์"ย้ำไม่มีสัญญาณยุบสภาเชื่อ"บิ๊กตู่"ต้องเรียกหารือก่อนส่วนสถานะนายกฯ8ปีหากฝ่ายค้านสงสัยยื่นตีความได้

วันที่ 26 ก.ย.64 ที่พรรคประชาธิปัจย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะ

วันที่ 26 ก.ย.64 ที่พรรคประชาธิปัจย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการวัดพลังกันในช่วงลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในช่วงน้ำท่วมว่า ตนไม่ขอออกความเห็นในส่วนของพลังประชารัฐตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ในส่วนประชาธิปัตย์นั้น ตนก็มี “จุรินทร์ออนทัวร์” สำหรับลงพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และจะเดินหน้าเพื่อลงพื้นที่ไปแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ทั้งใน 2 ภารกิจ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในการที่จะลงไปทำกิจกรรม ซึ่งในฐานะของหัวหน้าพรรค ก็จะลงไปพบปะแกนนำของพรรคในแต่ละพื้นที่ในแต่ละจังหวัด และมีการจัดการเตรียมการไว้ชัดเจนแล้วว่าวันไหนจะไปที่ไหน อย่างไร ส่วนในฐานะรองนายกฯและรมว.พาณิชย์ก็จะดำเนินการในเรื่องการลงพื้นที่เพื่อไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และไปทำโครงการต่าง ๆ ในความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งในช่วงเดือนก.ย. – ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการปิดสมัยประชุมสภา ก่อนที่จะมีการเปิดสมัยประชุมในช่วงต้นเดือนพ.ย. ก็ได้เตรียมการ “จุรินทร์ออนทัวร์” ไปใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งในภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคอีสาน และกรุงเทพมหานคร โดยจะเป็นการลงพื้นที่เพื่อทำหน้าที่ทั้งในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ “สำหรับในกรุงเทพฯ นั้น ขณะที่ผมไปลงพื้นที่ในภาคอื่น ก็จะมอบหมายให้ ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ปริญญ์ พานิชภักดิ์ ราเมศ รัตนะเชวง ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย ดร.รัชดา ธนาดิเรก และท่านอื่นๆ ร่วมกับผู้สมัคร ส.ก. และผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค รวมทั้งสาขาพรรค เพื่อลงพื้นที่ต่อเนื่องต่อไป ส่วน 20 จังหวัดทั่วประเทศนั้น ก็กระจายไปในทุกภาครวมไปจนถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว เมื่อถามว่าจากการลงพื้นที่ของหลายๆ พรรค เป็นสัญญาณการยุบสภาในเร็วๆ นี้หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบล่วงหน้าเรื่องการยุบสภา และก็ไม่สามารถตอบได้เพราะอำนาจอยู่ที่ท่านนายกฯ เหมือนที่ย้ำมาหลายรอบ แต่ในฐานะรัฐบาลผสม ก็คิดว่าถ้าจะมีสัญญาณ หรือถ้าจะมีการตัดสินใจอะไรนั้น ก็คงจะได้มีการแจ้งหรืออย่างน้อยก็หารือกับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะว่าอย่างน้อยที่สุด รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลผสมแล้วก็ทุกพรรค แม้เสียงไม่เท่ากัน แต่ความสำคัญก็ไม่น่าจะถึงกับแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นก็คิดว่าท่านนายกก็น่าจะถือหลักนี้อยู่แล้ว เพราะว่าที่ผ่านมาเวลามีอะไรท่านก็จะหารือมาตลอด”ที่ผ่านมาก็ได้คุยกันเป็นระยะ อยู่ที่ท่านนายกฯด้วย ที่จะขอเชิญหารือ เพราะว่าท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาล ผมก็เป็นแค่หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล แต่ว่าเมื่อมีประเด็นปัญหาอะไร ท่านก็เชิญไปคุยกัน ก็แลกเปลี่ยนความเห็นกัน 2-3 สัปดาห์ที่แล้วมาก็ได้พบกัน ไม่มีสัญญาณอะไร แค่บอกว่าก็ทำงานด้วยกันต่อไป เรื่องติดตามนโยบายอันนี้มีการสั่งการในที่ประชุม ครม. เป็นภาวะปกติอยู่แล้ว ซึ่งผมคิดว่าอย่างน้อยประชาธิปัตย์เราก็ตระหนักในภารกิจอยู่แล้ว จะสั่งหรือไม่สั่ง เราก็ทำของเราอยู่แล้ว เพราะว่าถือว่าภารกิจของพรรค กับภารกิจของรัฐบาล มันก็ต้องไปด้วยกัน เพราะมันแยกออกจากกันไม่ได้ มันไปมีสถานะในรัฐบาลก็จากการที่พรรคการเมืองส่งเป็นตัวแทนไปบริหารเพราะฉะนั้นมันก็ต้องไปด้วยกัน”เมื่อถามถึงการตีความในเรื่องการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ต้องไม่เกินแปดปีนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าผู้ใดสงสัยก็สามารถยื่นตีความได้ เพราะถ้าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายก็สามารถทำได้ ตนคิดว่าถ้าสงสัยมากก็ลองตรวจสอบดูก็ดีจะได้หายข้อสงสัย แต่สำหรับประชาธิปัตย์ไม่มีข้อสงสัยส่วนการจัดทำกฎหมายลูกนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ตั้งคณะทำงานแล้ว และกำลังยกร่างซึ่งคาดว่าคงไม่นาน เพราะมีประเด็นที่เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าจะมีประเด็นอะไรบ้างที่จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในกฎหมายลูกเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งขอให้คณะทำงานไปดูกัน เพราะอาจจะต้องมีการปรับทางกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายพรรคการเมืองควบคู่กันไปด้วย ว่าประเด็นไหนอยู่ตรงไหน และคงจะต้องเป็นความเห็นที่อย่างน้อยสอดคล้องกันเบื้องต้นระหว่างพรรคการเมืองด้วย ไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ตาม ซึ่งยังไม่ขอตอบลึกลงไปในรายละเอียดส่วนเรื่องการยื่นตีความรัฐธรรมนูญนั้น ขณะนี้ต้องถือว่าขั้นตอนการแก้ไข ถ้ามันมาถึงจุดที่ครบกำหนด 15 วันแล้ว ที่ ส.ส. หรือ ส.ส.กับ ส.ว. หรือ ส.ว. สามารถเข้าชื่อกันยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบโดยธรรมนูญ เมื่อผลเวลากำหนดแล้ว ตอนนี้ก็เป็นหน้าที่ประธานรัฐสภาที่จะส่งเรื่องไปให้ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องใช้ดุลพินิจในการดำเนินการทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยต่อไป ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

แนะนำให้คุณ