บิ๊กป้อมประกาศไม่ทิ้งพปชร.

“บิ๊กป้อม” ควง “ธรรมนัส-นฤมล” ร่วมประชุมพรรคพปชร. พร้อมเปิดตัว “พล.อ.วิชญ์”ปธ.ยุทธศาสตร์พรรค “สมศักด


“บิ๊กป้อม” ควง “ธรรมนัส-นฤมล” ร่วมประชุมพรรคพปชร. พร้อมเปิดตัว “พล.อ.วิชญ์”ปธ.ยุทธศาสตร์พรรค “สมศักดิ์” เผย “บิ๊กป้อม” ขอส.ส.รักกัน อย่าแบ่งก๊วน “วิรัช” ยัน “บิ๊กป้อม”ไม่ทิ้งพรรค พร้อมสั่ง รมต.ประกบส.ส.ลงพื้นที่ เตรียมเลือกตั้งครั้งหน้า ส่วน”ฝ่ายค้าน” จ่อยื่น “ป.ป.ช.” ฟัน 8 เรื่อง จับผิด “อนุทิน”โกหกกลางสภาซื้อซิโนแวค 8.9 เหรียญ แต่ครม.เคาะซื้อ 10.8 เหรียญ

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.64 ที่ห้องพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ชั้น6 อาคารรัฐสภา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพปชร. เป็นประธานประชุมส.ส.พรรค โดยมี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรค ร่วมถึง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค เดินทางมาพร้อมกัน โดยพล.อ.ประวิตรได้หันมาถามผู้สื่อข่าว “มีใครติดโควิดหรือเปล่า” ขณะที่ ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลการตั้งพล.อ.วิชญ์เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พล.อ.ประวิตร หันมาตอบพร้อมชี้นิ้วไปทางพล.อ.วิชญ์ ว่า ถามเขาดู

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่มีรัฐมนตรี แกนนำ และส.ส.พรรค เข้าร่วมพร้อมเพรียง อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรค และรมว.อุตสาหกรรม ,นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ,น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ,นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ,นายสันติ พร้อมพัฒน์ ผู้อำนวยการพรรค และรมช.คลัง, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ,นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค รวมถึง นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค เข้าร่วมประชุมด้วย โดยนายวิรัชได้กล่าวกำชับตอนหนึ่งว่า ขอให้ส.ส.ทุกคนเข้าร่วมประชุมสภาอย่างพร้อมเพียง เนื่องจากสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายในสมัยประชุมนี้

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางกลับจากการประชุมพรรค โดยยืนยันว่า สบายใจตั้งนานแล้ว

ขณะที่ นายสมศักดิ์ กล่าวภายหลังประชุมส.ส.พรรค ว่า พล.อ.ประวิตรขอให้ส.ส.รักกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน ร่วมกันทำงานอย่าเป็นกลุ่มเป็นก้อน

ส่วน นายวิรัช กล่าวยืนยันว่า พล.อ.ประวิตรได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าไม่มีเรื่องการปรับกรรมการบริหารพรรคและจะไม่ลาออกจากหัวหน้าพรรค เพราะรักพรรคมากและจะอยู่กับพรรค โดยขอให้รัฐมนตรีในพรรค และสมาชิกลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ส่วนการแต่งตั้งพล.อ.วิชญ์ก็เพื่อดูแลช่วยเหลือในการวางแผนต่างๆในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

วันเดียวกัน พรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค ร่วมกันแถลงข่าว นำโดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย(พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ,นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ,นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคพท., นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ,นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.), นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ (พช.) ,นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ,นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคพท.

โดย นายสมพงษ์ กล่าวว่า ประเด็นที่ฝ่ายค้านได้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลที่ผ่านมา 6 คน วันนี้ได้สรุปคำอภิปรายฯมาตรวจสอบว่าจุดไหนที่สามารถยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ได้ ซึ่งเมื่อรวบรวมแล้วได้ 8 เรื่อง ที่จะยื่น ป.ป.ช. และอีก 1 เรื่อง เกี่ยวกับเงิน 5 ล้านบาท จึงจะยื่นต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป.ป.ช.สภาฯ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคพท. กล่าวว่า เรื่องที่จะยื่น 8 เรื่อง เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับโควิด 6 เรื่อง เรื่องการระบายสต๊อกยางพารา 1 เรื่อง และเรื่องดาวเทียมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) 1 เรื่อง และกมธ.ป.ป.ช. 1 เรื่อง คือเรื่องแจกเงิน 5 ล้านบาท ที่เป็นข่าว คนที่จะถูกยื่น ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม , นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ,นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส ส่วนคนอื่นๆเราจะติดตามดู โดยเก่อนหน้านี้เราเคยยื่น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไปแล้ว โดยประเด็นที่จะยื่นคือกรณีทุจริตการจงใจปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหาย

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า เรื่องที่ยื่นส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่นายกฯ ไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจนได้ ส่วนเรื่องเงินทอนจากการซื้อวัคซีนซิโนแวคจำนวนกว่า 2 พันล้านบาท ที่ไม่สามารถตอบได้ว่าไปอยู่ตรงไหน และวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ตนตรวจทราบมาว่า ครม. เพิ่งอนุมัติจัดซื้อซิโนแวคอีก 12 ล้านโดส ในราคา 10.8 เหรียญ ถ้าไม่มีการอภิปรายครั้งที่ผ่านมา อาจจะยังจัดซื้อวัคซีนที่ 17 เหรียญอยู่ก็ได้ แต่อย่างไรก็คตาม แม้รัฐบาลจะซื้อที่ราคา 10.8 เหรียญ เราก็ยังเห็นว่าเป็นราคาที่สูงอยู่ดี เพราะตามที่รองนายกฯได้ชี้แจงในสภา การซื้อรอบสุดท้ายอยู่ที่ราคา 8.9 เหรียญเท่านั้น ดังนั้น มติ ครม. เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมายังอนุมัติซื้อในราคาที่สูงกว่า ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยอยู่ และยังเดินหน้าจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค ทั้งที่หน่วยงานอื่นๆคัดค้าการซื้อแล้วให้จัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ปนะเด็นนี้เราก็ต้องสืบหาข้อเท็จจริง และยื่นต่อ ป.ป.ช.ต่อไปอีก

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow